ภาพรวมตัวชี้วัดพลังงานและสิ่งแวดล้อม
สไลด์ชุดนี้ไล่ดูตัวชี้วัดด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมทีละตัว โดยแต่ละเฟรมนำข้อมูลจากธนาคารโลกมาแสดงเป็นแผนภูมิแท่งจัดอันดับ พร้อมค่าและอันดับของไทยที่ถูกไฮไลต์ไว้ และเส้นแนวโน้มย้อนหลังของประเทศนั้น ทุกเฟรมใช้ชุดข้อมูลเดียวกับเนื้อหาในหน้านี้
| CO2 emissions per person | 131 | ไทยปล่อย CO2 ต่อหัว 3.9601 ตัน อันดับ 131 จาก 203 ประเทศ/เขตแดน |
| Energy use per person | 116 | การใช้พลังงานต่อหัวของไทยอยู่ที่ 1,851.2723 กิโลกรัม อันดับ 116 จาก 179 ประเทศ/เขตแดน |
| Renewable energy share | 111 | สัดส่วนพลังงานหมุนเวียนของไทยอยู่ที่ 19.0% อันดับ 111 จาก 212 ประเทศ/เขตแดน |
| Access to electricity | 113 | การเข้าถึงไฟฟ้าของไทยอยู่ที่ 100.0% เทียบกับค่าเฉลี่ยโลก 91.5992% |
| Forest area | 79 | พื้นที่ป่าของไทยคิดเป็น 38.6874% ของพื้นที่แผ่นดิน อันดับ 79 จาก 214 ประเทศ/เขตแดน |
อ่านทีละเฟรม โดยดูค่าของไทยเทียบกับค่าโลกและค่ามัธยฐานภายในเฟรมเดียวกันเท่านั้น อย่านำตัวเลขหรืออันดับข้ามเฟรมมาเทียบกัน เพราะแต่ละตัวชี้วัดมีหน่วย จำนวนประเทศที่จัดอันดับ และทิศทางของอันดับต่างกัน
ประเด็นสำคัญ
ในชุดตัวชี้วัดด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม 5 ตัวนี้ ไทยอยู่ในกลุ่มกลางของโลกและค่อนไปทางฝั่งที่ใช้พลังงาน–ปล่อยคาร์บอนน้อยกว่าค่าเฉลี่ยโลกเกือบทุกด้าน ตัวเลขที่เด่นที่สุดคือการปล่อย CO2 ต่อหัวปี 2024 ที่ 3.9601 ตัน อันดับ 131 จาก 203 ประเทศและเขตแดน โดยอันดับ 1 หมายถึงปล่อยน้อยที่สุด ค่านี้ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยโลก 4.6933 ตันอยู่ราว 0.73 ตัน การใช้พลังงานต่อหัว 1,851.2723 กิโลกรัม (อันดับ 116 จาก 179) ก็อยู่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยโลก 1,866.1646 กิโลกรัมเล็กน้อย ขณะที่สัดส่วนพื้นที่ป่า 38.6874% (อันดับ 79 จาก 214) สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลก 31.143% และการเข้าถึงไฟฟ้าอยู่ที่ 100.0% แล้ว ส่วนสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน 19.0% (อันดับ 111 จาก 212) เกาะอยู่ใกล้ค่าเฉลี่ยโลก 19.7356% แต่ลดลงจากระดับเดิมของตัวเอง
ที่มา: World Bank, World Development Indicators — Carbon dioxide (CO2) emissions excluding LULUCF per capita (https://data.worldbank.org/indicator/EN.GHG.CO2.PC.CE.AR5), Energy use (kg of oil equivalent per capita) (https://data.worldbank.org/indicator/EG.USE.PCAP.KG.OE), Renewable energy consumption (% of total final energy consumption) (https://data.worldbank.org/indicator/EG.FEC.RNEW.ZS), Access to electricity (% of population) (https://data.worldbank.org/indicator/EG.ELC.ACCS.ZS), Forest area (% of land area) (https://data.worldbank.org/indicator/AG.LND.FRST.ZS)
ค่าล่าสุดของตัวชี้วัดหลัก
ตัวชี้วัดตัวแรกของชุดนี้คือการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่อหัวประชากร ก่อนอ่านอันดับต้องเข้าใจทิศทางของอันดับก่อน: ในตัวชี้วัดนี้ อันดับ 1 คือประเทศที่ปล่อยน้อยที่สุด (นาอูรู 0.0 ตัน) ดังนั้นอันดับที่มีตัวเลขน้อยจึงหมายถึงปล่อยน้อย ไม่ใช่ปล่อยมาก
ค่าของไทยปี 2024 อยู่ที่ 3.9601 ตันต่อคน อันดับ 131 จาก 203 ประเทศและเขตแดน นับจากด้านที่ปล่อยน้อยขึ้นมา เท่ากับว่าไทยอยู่เลยครึ่งทางไปทางฝั่งที่ปล่อยมากกว่าค่ากลางของรายชื่อ แต่เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยโลก 4.6933 ตัน ไทยยังต่ำกว่าราว 16% หรือคิดเป็นประมาณ 0.84 เท่าของค่าเฉลี่ยโลก กล่าวอีกอย่างคือ ไทยไม่ได้อยู่ในกลุ่มปล่อยต่ำมากแบบประเทศรายได้ต่ำ แต่ก็ยังไม่เข้าใกล้กลุ่มเศรษฐกิจอุตสาหกรรมและกลุ่มผู้ส่งออกพลังงาน
ที่มา: World Bank, World Development Indicators — Carbon dioxide (CO2) emissions excluding LULUCF per capita (https://data.worldbank.org/indicator/EN.GHG.CO2.PC.CE.AR5)
ประเทศกลุ่มบนและกลุ่มล่าง
ด้านที่ปล่อย CO2 ต่อหัวน้อยที่สุดเต็มไปด้วยรัฐหมู่เกาะขนาดเล็กและประเทศรายได้ต่ำ ได้แก่ นาอูรูและตูวาลู 0.0 ตัน กวมและไมโครนีเซีย 0.0018 ตัน หมู่เกาะเวอร์จินของสหรัฐอเมริกา 0.0019 ตัน ตามด้วยโซมาเลีย 0.0455 ตัน คองโก-กินชาซา 0.0568 ตัน และสาธารณรัฐแอฟริกากลาง 0.0633 ตัน ตัวเลขระดับนี้มาจากประเทศ/เขตแดนที่มีประชากรน้อยมากหรือมีการใช้พลังงานเชิงพาณิชย์จำกัด จึงไม่ควรอ่านเป็น "ประเทศที่สะอาดที่สุดในโลก" อย่างตรงไปตรงมา
อีกด้านหนึ่งคือปาเลา 82.8426 ตัน กาตาร์ 47.3322 ตัน บาห์เรน 23.9 ตัน คูเวต 23.6727 ตัน และเพื่อนบ้านอาเซียนอย่างบรูไน 20.2427 ตัน ตามด้วยตรินิแดดและโตเบโก 19.5811 ตัน โอมาน 18.652 ตัน ซาอุดีอาระเบีย 18.4846 ตัน และออสเตรเลีย 14.0974 ตัน กลุ่มนี้ส่วนใหญ่เป็นประเทศผู้ผลิตน้ำมัน–ก๊าซหรือเขตเศรษฐกิจขนาดเล็ก
ไทยที่ 3.9601 ตันอยู่ห่างจากปลายทั้งสองด้านมาก คือสูงกว่ากลุ่มรัฐเกาะเล็กหลายร้อยเท่า แต่ต่ำกว่าบรูไนประมาณ 5 เท่า และต่ำกว่ากาตาร์เกือบ 12 เท่า ภาพเดียวกันนี้ปรากฏในการใช้พลังงานต่อหัว ซึ่งด้านที่ใช้มากที่สุดคือกาตาร์ 16,343.0404 กิโลกรัม ไอซ์แลนด์ 15,996.6796 กิโลกรัม ตรินิแดดและโตเบโก 10,590.4282 กิโลกรัม และบรูไน 8,658.007 กิโลกรัม ส่วนด้านที่ใช้น้อยที่สุดคือเลโซโท 9.7273 กิโลกรัม ติมอร์-เลสเต 60.7032 กิโลกรัม และกินี-บิสเซา 65.4727 กิโลกรัม ไทยที่ 1,851.2723 กิโลกรัมอยู่ในช่วงกลางของสองขั้วนี้
ที่มา: World Bank, World Development Indicators — Carbon dioxide (CO2) emissions excluding LULUCF per capita (https://data.worldbank.org/indicator/EN.GHG.CO2.PC.CE.AR5), Energy use (kg of oil equivalent per capita) (https://data.worldbank.org/indicator/EG.USE.PCAP.KG.OE)
สิบปีที่ผ่านมาเปลี่ยนไปอย่างไร
การปล่อย CO2 ต่อหัวของไทยแทบไม่ขยับในรอบสิบกว่าปี จาก 3.951 ตันในปี 2013 มาเป็น 3.9601 ตันในปี 2024 หรือเพิ่มขึ้นเพียงราว 0.009 ตัน โดยจุดสูงสุดของช่วงคือ 4.0053 ตันในปี 2019 และจุดต่ำสุดคือ 3.7444 ตันในปี 2021 ก่อนจะกลับขึ้นมาที่ 3.9634 ตันในปี 2022 และ 3.8358 ตันในปี 2023
การใช้พลังงานต่อหัวเคลื่อนไหวคล้ายกัน คือจาก 1,818.192 กิโลกรัมในปี 2012 ขึ้นไปสูงสุดที่ 1,989.8123 กิโลกรัมในปี 2019 แล้วลดลงมาอยู่ที่ 1,851.2723 กิโลกรัมในปี 2023 เท่ากับต่ำกว่าจุดสูงสุดราว 138.5 กิโลกรัม แต่ยังสูงกว่าปี 2012 อยู่ประมาณ 33 กิโลกรัม
ตัวชี้วัดที่เปลี่ยนทิศชัดที่สุดคือสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน ซึ่งอยู่ที่ 22.8% ในปี 2010 ขึ้นไปสูงสุด 24.4% ในปี 2014 แล้วลดลงต่อเนื่องเป็น 23.9% ในปี 2019, 20.9% ในปี 2020 และ 19.0% ในปี 2021 รวมลดลง 3.8 จุดจากปี 2010 (ข้อมูลอนุกรมเวลาของตัวชี้วัดนี้สิ้นสุดที่ปี 2021)
สัดส่วนพื้นที่ป่าลดลงอย่างช้า ๆ ทุกปี จาก 39.2809% ในปี 2012 เหลือ 38.6874% ในปี 2023 หรือลดลงประมาณ 0.59 จุด ส่วนการเข้าถึงไฟฟ้าเพิ่มจาก 99.1% ในปี 2012 มาแตะ 100.0% ตั้งแต่ปี 2020 และอยู่ที่ 100.0% ในปี 2023 ซึ่งเป็นเพดานของตัวชี้วัดนี้
ที่มา: World Bank, World Development Indicators — Carbon dioxide (CO2) emissions excluding LULUCF per capita (https://data.worldbank.org/indicator/EN.GHG.CO2.PC.CE.AR5), Energy use (kg of oil equivalent per capita) (https://data.worldbank.org/indicator/EG.USE.PCAP.KG.OE), Renewable energy consumption (% of total final energy consumption) (https://data.worldbank.org/indicator/EG.FEC.RNEW.ZS), Access to electricity (% of population) (https://data.worldbank.org/indicator/EG.ELC.ACCS.ZS), Forest area (% of land area) (https://data.worldbank.org/indicator/AG.LND.FRST.ZS)
เทียบกับประเทศที่ใกล้เคียง
เมื่อวางไทยไว้ข้างเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่ชุดข้อมูลนี้ให้มา ไทยปล่อย CO2 ต่อหัวน้อยที่สุดในกลุ่ม คือ 3.9601 ตัน เทียบกับฝรั่งเศส 4.0036 ตัน สหราชอาณาจักร 4.2241 ตัน เยอรมนี 6.944 ตัน ญี่ปุ่น 7.8424 ตัน จีน 9.3151 ตัน เกาหลีใต้ 11.3623 ตัน และสหรัฐฯ 13.6196 ตัน พูดง่าย ๆ คือค่าของไทยอยู่ราวครึ่งหนึ่งของญี่ปุ่นและราวหนึ่งในสามของสหรัฐฯ แต่ห่างจากฝรั่งเศสเพียง 0.04 ตัน
การใช้พลังงานต่อหัวก็เรียงลำดับคล้ายกัน ไทย 1,851.2723 กิโลกรัม ต่ำกว่าสหราชอาณาจักร 2,071.0233 กิโลกรัม เยอรมนี 2,824.5901 กิโลกรัม จีน 2,850.9415 กิโลกรัม ญี่ปุ่น 3,005.899 กิโลกรัม ฝรั่งเศส 3,184.7895 กิโลกรัม เกาหลีใต้ 5,438.7904 กิโลกรัม และสหรัฐฯ 6,359.4398 กิโลกรัม ซึ่งสูงกว่าไทยราว 3.4 เท่า
ด้านสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน ไทยที่ 19.0% กลับสูงที่สุดในกลุ่มเปรียบเทียบนี้ เหนือเยอรมนี 17.6% ฝรั่งเศส 16.2% จีน 15.2% สหราชอาณาจักร 12.2% สหรัฐฯ 10.9% ญี่ปุ่น 8.8% และเกาหลีใต้ 3.6% ส่วนสัดส่วนพื้นที่ป่า 38.6874% ของไทยอยู่สูงกว่าสหรัฐฯ 33.8669% เยอรมนี 32.6789% ฝรั่งเศส 32.4765% จีน 24.0319% และสหราชอาณาจักร 13.2907% แต่ต่ำกว่าญี่ปุ่น 68.3958% และเกาหลีใต้ 64.1086% สำหรับการเข้าถึงไฟฟ้า ทุกประเทศในกลุ่มนี้รวมทั้งไทยอยู่ที่ 100.0% เท่ากันหมด
ที่มา: World Bank, World Development Indicators — Carbon dioxide (CO2) emissions excluding LULUCF per capita (https://data.worldbank.org/indicator/EN.GHG.CO2.PC.CE.AR5), Energy use (kg of oil equivalent per capita) (https://data.worldbank.org/indicator/EG.USE.PCAP.KG.OE), Renewable energy consumption (% of total final energy consumption) (https://data.worldbank.org/indicator/EG.FEC.RNEW.ZS), Access to electricity (% of population) (https://data.worldbank.org/indicator/EG.ELC.ACCS.ZS), Forest area (% of land area) (https://data.worldbank.org/indicator/AG.LND.FRST.ZS)
วิธีอ่านตัวเลขเหล่านี้
ข้อควรระวังข้อแรกคือทิศทางของอันดับไม่เหมือนกันทุกตัวชี้วัด การปล่อย CO2 และการใช้พลังงานนับ "ค่าน้อย = อันดับ 1" (นาอูรู 0.0 ตัน และเลโซโท 9.7273 กิโลกรัมอยู่อันดับ 1) ส่วนพลังงานหมุนเวียน พื้นที่ป่า และการเข้าถึงไฟฟ้านับ "ค่ามาก = อันดับ 1" การเทียบอันดับข้ามตัวชี้วัดโดยไม่ดูทิศทางจึงทำให้อ่านผิดได้ง่าย
ข้อสองคือคำนิยาม ตัวเลข CO2 ที่ใช้ที่นี่เป็นการปล่อยที่ไม่รวม LULUCF (การใช้ที่ดิน การเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดิน และป่าไม้) หารด้วยจำนวนประชากร และเป็นฐานการผลิต จึงไม่นับการปล่อยที่เกิดขึ้นในต่างประเทศจากสินค้าที่นำเข้ามาใช้ การใช้พลังงานเป็นอุปทานพลังงานขั้นต้นในหน่วยกิโลกรัมเทียบเท่าน้ำมัน ซึ่งขึ้นกับโครงสร้างอุตสาหกรรม ภูมิอากาศ และลักษณะพื้นที่อย่างมาก สัดส่วนพลังงานหมุนเวียนคิดจากการใช้พลังงานขั้นสุดท้ายทั้งหมด และมักออกมาสูงในประเทศที่ยังใช้ชีวมวลดั้งเดิม เช่น ฟืนและถ่าน เป็นสัดส่วนมาก ซึ่งช่วยอธิบายว่าทำไมคองโก-กินชาซา 96.3% และโซมาเลีย 95.4% จึงอยู่หัวตาราง ส่วนสัดส่วนพื้นที่ป่าเป็นอัตราส่วนต่อพื้นที่แผ่นดิน จึงมีความหมายต่างกันไปตามขนาดประเทศ
ข้อสามคือความเทียบเคียงได้ ค่าจากประเทศ/เขตแดนที่มีประชากรน้อยมาก เช่น ปาเลา 82.8426 ตัน หรือไอซ์แลนด์ 15,996.6796 กิโลกรัม สะท้อนเงื่อนไขเฉพาะตัวและวิธีจัดทำสถิติมากกว่าพฤติกรรมการใช้พลังงานทั่วไป ขณะที่การเข้าถึงไฟฟ้ามีประเทศจำนวนมากอยู่ที่ 100.0% เท่ากัน ความต่างของอันดับในตัวชี้วัดนี้จึงไม่ควรตีความว่าดีกว่าหรือแย่กว่ากัน สุดท้าย ปีล่าสุดของแต่ละตัวชี้วัดไม่ตรงกัน (อยู่ในช่วงราวปี 2021 ถึง 2024 และอนุกรมเวลาของพลังงานหมุนเวียนสิ้นสุดที่ปี 2021) ตัวเลขเหล่านี้ยังผ่านการประมาณและปรับให้เทียบกันได้ระหว่างประเทศ และมีการปรับปรุงเป็นรายปี จึงควรอ่านเป็นภาพคร่าว ๆ ของระดับและทิศทาง มากกว่าเป็นค่าที่ชี้ขาด
ที่มา: World Bank, World Development Indicators — Carbon dioxide (CO2) emissions excluding LULUCF per capita (https://data.worldbank.org/indicator/EN.GHG.CO2.PC.CE.AR5), Energy use (kg of oil equivalent per capita) (https://data.worldbank.org/indicator/EG.USE.PCAP.KG.OE), Renewable energy consumption (% of total final energy consumption) (https://data.worldbank.org/indicator/EG.FEC.RNEW.ZS), Access to electricity (% of population) (https://data.worldbank.org/indicator/EG.ELC.ACCS.ZS), Forest area (% of land area) (https://data.worldbank.org/indicator/AG.LND.FRST.ZS)
ดูการปล่อย CO2 ต่อคนจากแผนที่และกราฟ
| อันดับ | ประเทศ/เขตแดน | ตัน |
|---|---|---|
| 1 | นาอูรู | 0 |
| 2 | ตูวาลู | 0 |
| 3 | กวม | 0 |
| 4 | ไมโครนีเซีย | 0 |
| 5 | หมู่เกาะเวอร์จินของสหรัฐอเมริกา | 0 |
| 129 | อาเซอร์ไบจาน | 3.81 |
| 130 | ชิลี | 3.94 |
| 131 | ไทย | 3.96 |
| 132 | แอลจีเรีย | 3.98 |
| 133 | มาซิโดเนียเหนือ | 4 |
| 201 | บาห์เรน | 23.9 |
| 202 | กาตาร์ | 47.33 |
| 203 | ปาเลา | 82.84 |
ปลายด้านที่ปล่อยน้อยเป็นรัฐเกาะเล็กและประเทศรายได้ต่ำ เช่น นาอูรู 0.0 ตัน และโซมาเลีย 0.0455 ตัน ส่วนอีกด้านคือปาเลา 82.8426 ตัน กาตาร์ 47.3322 ตัน และบรูไน 20.2427 ตัน โดยไทยอยู่ช่วงกลางของตาราง
เส้นแนวโน้มปี 2013–2024 ของไทยแกว่งในกรอบแคบราว 3.7444–4.0053 ตัน คือแทบไม่เปลี่ยนระดับ ขณะที่แผนภูมิแท่งแสดงระยะห่างมหาศาลระหว่างสองปลายตาราง
เลือกประเทศเพื่อเปรียบเทียบ
การใช้พลังงานต่อคน
| อันดับ | ประเทศ/เขตแดน | กก. เทียบเท่าน้ำมัน |
|---|---|---|
| 1 | เลโซโท | 9.73 |
| 2 | ติมอร์-เลสเต | 60.7 |
| 3 | กินี-บิสเซา | 65.47 |
| 4 | คอโมโรส | 66.46 |
| 5 | ซูดานใต้ | 68.66 |
| 114 | แอนติกาและบาร์บูดา | 1,787 |
| 115 | โปรตุเกส | 1,815 |
| 116 | ไทย | 1,851 |
| 117 | กรีซ | 1,921 |
| 118 | ตุรกี | 1,925 |
| 177 | ตรินิแดดและโตเบโก | 10,590 |
| 178 | ไอซ์แลนด์ | 15,997 |
| 179 | กาตาร์ | 16,343 |
ด้านที่ใช้น้อยที่สุดคือเลโซโท 9.7273 กิโลกรัม และติมอร์-เลสเต 60.7032 กิโลกรัม ส่วนด้านที่ใช้มากที่สุดคือกาตาร์ 16,343.0404 กิโลกรัม และไอซ์แลนด์ 15,996.6796 กิโลกรัม ไทยอยู่ใกล้กึ่งกลางค่อนไปทางฝั่งใช้น้อย
เส้นแนวโน้มขึ้นถึงจุดสูงสุด 1,989.8123 กิโลกรัมในปี 2019 แล้วลดลงมาที่ 1,851.2723 กิโลกรัมในปี 2023 แผนภูมิแท่งชี้ว่าประเทศปลายตารางห่างกันหลักพันเท่า
สัดส่วนพลังงานหมุนเวียน
| อันดับ | ประเทศ/เขตแดน | % |
|---|---|---|
| 1 | คองโก - กินชาซา | 96.3 |
| 2 | โซมาเลีย | 95.4 |
| 3 | ไลบีเรีย | 92.8 |
| 4 | กาบอง | 91.3 |
| 5 | สาธารณรัฐแอฟริกากลาง | 90.9 |
| 109 | มาซิโดเนียเหนือ | 19.5 |
| 110 | สเปน | 19 |
| 111 | ไทย | 19 |
| 112 | เอกวาดอร์ | 18.9 |
| 113 | อันดอร์รา | 18.7 |
| 210 | ยิบรอลตาร์ | 0 |
| 211 | กาตาร์ | 0 |
| 212 | ซินต์มาร์เทน | 0 |
หัวตารางเป็นประเทศที่ยังใช้ชีวมวลมาก เช่น คองโก-กินชาซา 96.3% และโซมาเลีย 95.4% ส่วนท้ายตารางคือกาตาร์และบรูไน 0.0% ไทยอยู่กลางตารางและสูงกว่าญี่ปุ่น 8.8% กับเกาหลีใต้ 3.6%
เส้นแนวโน้มลดจาก 24.4% ในปี 2014 เหลือ 19.0% ในปี 2021 ซึ่งเป็นปีสุดท้ายของอนุกรมเวลา จึงเป็นตัวชี้วัดเดียวในชุดนี้ที่ทิศทางของไทยลดลงชัดเจน
การเข้าถึงไฟฟ้า
| อันดับ | ประเทศ/เขตแดน | % |
|---|---|---|
| 1 | แอลเบเนีย | 100 |
| 2 | แอลจีเรีย | 100 |
| 3 | อันดอร์รา | 100 |
| 4 | แอนติกาและบาร์บูดา | 100 |
| 5 | อาร์เจนตินา | 100 |
| 111 | สวิตเซอร์แลนด์ | 100 |
| 112 | ทาจิกิสถาน | 100 |
| 113 | ไทย | 100 |
| 114 | ติมอร์-เลสเต | 100 |
| 115 | ตองกา | 100 |
| 214 | ชาด | 12 |
| 215 | บุรุนดี | 11.6 |
| 216 | ซูดานใต้ | 5.4 |
หัวตารางเป็นกลุ่มประเทศที่อยู่ที่ 100.0% เหมือนกันทั้งหมด ส่วนท้ายตารางคือซูดานใต้ 5.4% บุรุนดี 11.6% และชาด 12.0% ไทยอยู่ในกลุ่มที่เต็ม 100.0% แล้ว
เส้นแนวโน้มไต่จาก 99.1% ในปี 2012 มาที่ 100.0% และคงระดับไว้ ความต่างที่เห็นบนแผนภูมิและแผนที่จึงอยู่ที่ประเทศปลายล่างเป็นหลัก ไม่ใช่ในกลุ่มบน
สัดส่วนพื้นที่ป่าไม้
| อันดับ | ประเทศ/เขตแดน | % |
|---|---|---|
| 1 | ซูรินาเม | 94.45 |
| 2 | ไมโครนีเซีย | 92.16 |
| 3 | กาบอง | 91.18 |
| 4 | ปาเลา | 90.54 |
| 5 | หมู่เกาะโซโลมอน | 90.06 |
| 77 | มาซิโดเนียเหนือ | 39.71 |
| 78 | แคนาดา | 39.46 |
| 79 | ไทย | 38.69 |
| 80 | ปารากวัย | 38.54 |
| 81 | นิวซีแลนด์ | 37.79 |
| 212 | โมนาโก | 0 |
| 213 | นาอูรู | 0 |
| 214 | กาตาร์ | 0 |
หัวตารางคือซูรินาเม 94.4476% ไมโครนีเซีย 92.1571% และกาบอง 91.1824% ส่วนท้ายตารางคือกาตาร์ นาอูรู และโมนาโก 0.0% ไทยอยู่ครึ่งบนของตาราง สูงกว่าสหรัฐฯ 33.8669% แต่ต่ำกว่าญี่ปุ่น 68.3958%
เส้นแนวโน้มค่อย ๆ ลดจาก 39.2809% ในปี 2012 เหลือ 38.6874% ในปี 2023 คือลดราว 0.59 จุดอย่างสม่ำเสมอ ขณะที่แผนภูมิแท่งแสดงช่วงกว้างตั้งแต่ 0.0% ถึงกว่า 94%